ในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 16 มกราคมของทุกๆ ปี เป็น วันครู และการจัดงานวันครู ได้มีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 และให้ดำเนินเรื่อยมาทุกปี นับตั้งแต่บัดนั้นมา โดยจัดให้มี วันครู ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ
ความหมายของครู
ครู หมายถึง ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ
ความสำคัญของครู
ในชีวิตของคนเราถือว่า บิดามารดา เป็นผู้มีพระคุณอันสูงสุด เพราะท่านเป็นผู้ให้ชีวิต ให้ความรัก ให้ความเมตตา
มีความห่วงใย และเสียสละเพื่อลูก นอกจาก บิดามารดา แล้ว ก็มีครูเป็นผู้มีพระคุณคล้าย บิดามารดา คือ เป็นผู้อบรมสั่งสอนถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ รวมทั้งให้ความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ทุกคน นับได้ว่าครูเป็นผู้เสียสละที่ไม่แพ้บุพการี
ครูจึงนับเป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการให้การศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ และประสบการณ์ ตลอดเป็นผู้มีความเสียสละ ดูแลเอาใจใส่ สั่งสอนอบรมให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา อันเป็นหนทางแห่งการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเอง รวมทั้งนำพาสังคมประเทศชาติ ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ฉะนั้นวันที่ 6 ตุลาคม จึงได้เป็นวันครูสากล เพื่อคนที่เป็นครูทั่วโลกที่เสียสละนำพาเราทุก ๆคน ไปถึงฝั่งฝันนั่นเอง
ประวัติความเป็นมา
วันครู ได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ.2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภา เป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครูในขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการ ควบคุมจรรยาและวินัยของครู รักษาผลประโยชน์ ส่งเสริมฐานะของครู จัดสวัสดิการให้ครู และครอบครัวได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้ และความสามัคคีของครู
ทุกปีคุรุสภาจะจัดให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูทั่วประเทศแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา และซักถามปัญหาข้อข้องใจต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาโดยมีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา เป็นผู้ตอบข้อสงสัย สถานที่ในการประชุมสมัยนั้นใช้หอประชุมสามัคคยาจารย์ หอประชุมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในระยะหลังใช้หอประชุมคุรุสภา
พ.ศ.2499 ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป.พิบูล สงคราม นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศว่า "ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่า วันครู ควรมีสักวันหนนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพสักการะต่อวันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง"จากแนวความคิดนี้ กอปรกับความเห็นของครูที่แสดงออกทางสื่อมวลชนและอื่นๆ ที่ล้วนเรียกร้องให้มีวันครูเพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมาก ในปีเดียวกันที่ให้มีวันครูเพี่อเสนอคณะกรรมการอำนวยการต่อไป โดยได้เสนอหลักการว่า เพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพจารย์ ส่งเสริมความสามัคคีธรรมระหว่างครูและพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน
คณะมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น วันครู โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2488 เป็น วันครู และให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าว
งานวันครูได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2500 ในส่วนกลางใช้สถานที่ของกรีฑาสถานแห่งชาติ
เป็นที่จัดงาน ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญ คือ หนังประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ
บทสวดเคารพครู
(สวดนำ) ปาเจราจริยาโหนฺติ (รับพร้อมกัน) คุณุตฺตรานุสาสกา
ปญฺญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ
(สวดทำนองสรภัญญะ)
(สวดนำ) อนึ่งข้าคำนับน้อม (รับพร้อมกัน) ต่อพระครูผู้การุณย์
โอบเอื้อและเจือจุน อนุศาสน์ทุกสิ่งสรรพ์
ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน
ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอรรถให้ชัดเจน
จิตมากด้วยเมตตา และกรุณา บ เอียงเอน
เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ให้ฉลาดและแหลมคม
ขจัดเขลาบรรเทาโม หะจิตมืดที่งุนงม
กังขา ณ อารมณ์ ก็สว่างกระจ่างใจ
คุณส่วนนี้ควรนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร
ควรนึกและตรึกใน จิตน้อมนิยมชม
(กราบ)
การจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมในวันครู
เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในบทบาท และหน้าที่ของครู ตลอดจนจรรยามารยาทและวินัยตามระเบียบประเพณีครู
และบทบาทหน้าที่ของศิษย์ที่พึงปฏิบัติต่อครู คลอดจนการจัดกิจรรมได้เหมาะสม และมีประสิทธภาพ
กิจกรรมวันครู
การจัดงานวันครูได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกิจกรรมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมตลอดเวลาในปัจจุบันได้จัดรูปแบบการจัดงานวันครูจะมีกิจกรรม 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
1. กิจกรรมทางศาสนา
2. พิธีรำลึกพระคุณบูรพาจารย์ ประกอบด้วยพิธีปฏิญาณตนการกล่าวคำระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์
3. กิจกรรมเพื่อความสามัคคีระหว่างผู้ประกอบอาชีพครู ส่วนมากเป็นการแข่งขันกีฬา หรือการจัดงานรื่นเริงในตอนเย็น
ปัจจุบันการจัดงานวันครู ได้มีการกำหนดให้จัดพร้อมกันทั่วประเทศ สำหรับส่วนกลางจัดที่หอประชุมคุรุสภาโดยมีคณะกรรมการจัดงานวันครู ซึ่งมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ประกอบด้วย บุคคลหลายอาชีพร่วมกันเป็นผู้จัด สำหรับส่วนภูมิภาคมอบให้จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ โดยตั้งคณะกรรมการจัดงานวันครูขึ้นเช่นเดียวกับ ส่วนกลางจะจัดรวมกันที่จังหวัดหรือแต่ละอำเภอ
รูปแบบการจัดงานในส่วนกลาง (หอประชุมคุรุสภา) พิธีจะเริ่มตั้งแต่เช้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา คณะกรรมการอำนวยคุรุสภา คณะกรรมการการจัดงาน วันครู พร้อมด้วยครูอาจารย์และประชาชนร่วมกันใส่บาตรพระสงฆ์จำนวน 1,000 รูป
หลังจากนั้นทุกคนที่มาร่วมงานจะเข้าร่วมพิธีในหอประชุมคุรุสภา นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธานในงาน ดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ นายกรัฐมนตรีบูชาพระรัตนตรัย ประธานสงฆ์ให้ศีล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวรายงานต่อนายกรัฐมนตรีกล่าวนำพิธีสวดคำฉันท์รำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์
จากนั้นประธานจัดงาน วันครู จะเชิญผู้ร่วมประชุมยืนสงบ 1 นาที เพื่อรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว
ต่อด้วยครูอาวุโสในประจำการ ผู้นำร่วมประชุมกล่าวปฏิญาณ
คำปฏิญาณตนของครู
ข้อ 1 ข้าจะบำเพ็ญตน ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นครู
ข้อ 2 ข้าจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ
ข้อ 3 ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะครู และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
จากนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคล แล้วต่อด้วยนายกรัฐมนตรี มอบรางวัลครูดีเด่นประจำปี มอบของที่ระลึกให้ครูอาวุโสนอก และในประจำการ สุดท้ายกล่าวปราศรัยกับคณะครูที่มาประชุม
ข้าจะบำเพ็ญตน ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นครู ข้าจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะครู และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
มารยาทและวินัยตามระเบียบประเพณีของครู
1. เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
2. ยึดมั่นในศาสนาที่ตนนับถือ ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอื่น
3. ตั้งใจสั่งสอนศิษย์และปฏิบัติหน้าที่ของตน ให้เกิดผลดีด้วยความเอาใจใส่ อุทิศเวลาของตน ให้แก่ศิษย์ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงานไม่ได้
4. รักษาชื่อเสียงของตนมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามประพฤติการใด ๆ อันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติและชื่อเสียงของครู
5. ถือปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศึกษา และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่การงานโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของสถานศึกษา
6. ถ่ายทอดวิชาความรู้โดยไม่บิดเบือนและปิดบังอำพราง ไม่นำหรือยอมให้นำผลงานทางวิชาการของตนไปใช้ในทางทุจริตหรือเป็นภัยต่อมนุษย์ชาติ
7. ให้เกียรติแก่ผู้อื่นทางวิชาการ โดยไม่นำผลงานของผู้ใดมาแอบอ้างเป็นผลงานของตน และไม่เบียดบังใช้
แรงงานหรือนำผลงานของผู้อื่นไป เพื่อประโยชน์ส่วนตน
8. ประพฤติตนอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความเที่ยงธรรมไม่แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ
9. สุภาพเรียบร้อยประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ รักษาความลับของศิษย์ ของผู้ร่วมงานและของสถานศึกษา
10. รักษาความสามัคคีระหว่างครูและช่วยเหลือกันในหน้าที่การงาน
รายชื่อประเทศที่มี วันครู
ประเทศที่มี วันครู ที่ไม่ใช่วันหยุด
- อินเดีย วันครูตรงกับวันที่ 5 กันยายน
- มาเลเซีย วันครูตรงกับวันที่ 16 พฤษภาคม
- ตุรกี วันครูตรงกับวันที่ 24 พฤศจิกายน
ประเทศที่มี วันครู เป็นวันหยุด
- แอลเบเนีย วันครูตรงกับวันที่ 7 มีนาคม
- จีน วันครูตรงกับวันที่ 10 กันยายน
- สาธารณรัฐเช็ก วันครูตรงกับวันที่ 28 มีนาคม
- อิหร่าน วันครูตรงกับวันที่ 2 พฤษภาคม
- ละตินอเมริกา วันครูตรงกับวันที่ 11 กันยายน
- โปแลนด์ วันครูตรงกับวันที่ 14 ตุลาคม
- รัสเซีย วันครูตรงกับวันที่ 5 ตุลาคม
- สิงคโปร์ วันครูตรงกับวันที่ 1 กันยายน
- สโลวีเนีย วันครูตรงกับวันที่ 28 มีนาคม
- เกาหลีใต้ วันครูตรงกับวันที่ 15 พฤษภาคม
- ไต้หวัน วันครูตรงกับวันที่ 28 กันยายน
- ไทย วันครูตรงกับวันที่ 16 มกราคม
- สหรัฐอเมริกา วันอังคารในสัปดาห์แรกที่เต็ม 7 วันในเดือนพฤษภาคม
- เวียดนาม วันครูตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายน
วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554
การดูแลรักษาสุขภาพ
การดูแลสุขภาพตนเอง
โดยธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้น ในชีวิต ก็จะพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เป็นอันดับแรก เมื่อรู้ว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เอง ก็จะแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น
ในเรื่องความเจ็บป่วย หรือปัญหาสุขภาพก็เช่นเดียวกัน ทุกคนต้องการที่จะดูแลตนเอง ให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ ดังนั้น กล่าวได้ว่า "การดูแลสุขภาพตนเอง เป็นกิจกรรมที่บุคคลแต่ละคนปฏิบัติ และยึดเป็นแบบแผนในการปฏิบัติ เพื่อให้มีสุขภาพดี" อาจแบ่งขอบเขตการดูแลสุขภาพตนเอง เป็น 2 ลักษณะคือ
การดูแลสุขภาพตนเองในสภาวะปกติ
เป็นการดูแลสุขภาพตนเอง และสมาชิกในครอบครัว ให้มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์อยู่เสมอ ได้แก่
การดูแลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข เช่น การออกกำลังกาย
การสร้างสุขวิทยาส่วนบุคคลที่ดี ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
การป้องกันโรค เพื่อไม่ให้เจ็บป่วยเป็นโรค เช่น การไปรับภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ การไปตรวจสุขภาพ การป้องกันตนเอง
ไม่ให้ติดโรค
การดูแลสุขภาพตนเองเมื่อเจ็บป่วย ได้แก่ การขอคำแนะนำ แสวงหาวามรู้จากผู้รู้ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขต่างๆ ในชุมชน บุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้ได้แนวทางปฏิบัติ หรือการรักษาเบื้องต้นให้หาย จากความเจ็บป่วย ประเมินตนเองได้ว่า เมื่อไรควรไปพบแพทย์ เพื่อรักษาก่อนที่จะเจ็บป่วยรุนแรง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หรือบุคลากรสาธารณสุข เพื่อบรรเทาความเจ็บป่วย และมีสุขภาพดีดังเดิม
การที่ประชาชนทั่วไปสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้นั้น จำเป็นต้องมีความรู้ ึความเข้าใจในเรื่อง การดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ยังไม่เจ็บป่วย เพื่อบำรุงรักษาตนเอง ให้สมบูรณ์แข็งแรง รู้จักที่จะป้องกันตัวเอง มิให้เกิดโรค และเมื่อเจ็บป่วยก็รู้วิธีที่จะรักษาตัวเอง เบื้องต้นจนหายเป็นปกติ หรือรู้ว่า เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
โดยธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้น ในชีวิต ก็จะพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เป็นอันดับแรก เมื่อรู้ว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เอง ก็จะแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น
ในเรื่องความเจ็บป่วย หรือปัญหาสุขภาพก็เช่นเดียวกัน ทุกคนต้องการที่จะดูแลตนเอง ให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ ดังนั้น กล่าวได้ว่า "การดูแลสุขภาพตนเอง เป็นกิจกรรมที่บุคคลแต่ละคนปฏิบัติ และยึดเป็นแบบแผนในการปฏิบัติ เพื่อให้มีสุขภาพดี" อาจแบ่งขอบเขตการดูแลสุขภาพตนเอง เป็น 2 ลักษณะคือ
การดูแลสุขภาพตนเองในสภาวะปกติ
เป็นการดูแลสุขภาพตนเอง และสมาชิกในครอบครัว ให้มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์อยู่เสมอ ได้แก่
การดูแลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข เช่น การออกกำลังกาย
การสร้างสุขวิทยาส่วนบุคคลที่ดี ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
การป้องกันโรค เพื่อไม่ให้เจ็บป่วยเป็นโรค เช่น การไปรับภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ การไปตรวจสุขภาพ การป้องกันตนเอง
ไม่ให้ติดโรค
การดูแลสุขภาพตนเองเมื่อเจ็บป่วย ได้แก่ การขอคำแนะนำ แสวงหาวามรู้จากผู้รู้ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขต่างๆ ในชุมชน บุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้ได้แนวทางปฏิบัติ หรือการรักษาเบื้องต้นให้หาย จากความเจ็บป่วย ประเมินตนเองได้ว่า เมื่อไรควรไปพบแพทย์ เพื่อรักษาก่อนที่จะเจ็บป่วยรุนแรง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หรือบุคลากรสาธารณสุข เพื่อบรรเทาความเจ็บป่วย และมีสุขภาพดีดังเดิม
การที่ประชาชนทั่วไปสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้นั้น จำเป็นต้องมีความรู้ ึความเข้าใจในเรื่อง การดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ยังไม่เจ็บป่วย เพื่อบำรุงรักษาตนเอง ให้สมบูรณ์แข็งแรง รู้จักที่จะป้องกันตัวเอง มิให้เกิดโรค และเมื่อเจ็บป่วยก็รู้วิธีที่จะรักษาตัวเอง เบื้องต้นจนหายเป็นปกติ หรือรู้ว่า เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554
การเกิดน้ำค้าง
น้ำค้าง
น้ำค้าง (Dew
น้ำค้างเป็นธรรมชาติที่มหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่ง เพราะว่ามันเกิดขึ้นได้ไม่ว่าเป็นฤดูร้อน หนาว ฝน หรือฤดูใบไม้ผลิ ในตอนเช้าตรู่เมื่อเราตื่นขึ้นมาก็จะเห็นหยดน้ำน้ำค้างเกาะอยู่ตามใบหญ้า ใบไม้ และตามโลหะต่าง ๆ เต็มไปหมด เมื่อต้องแสงแดดในตอนเช้าจะทอแสงแวววาวสวยงามน่าดู ยิ่งที่มันเกาะอยู่ตามรังของใยแมงมุมที่ขึงอยู่ตามต้นไม้จะเหมือนกับเพชรเม็ดเล็ก ๆ ร้อยเป็นพวง เป็นตาข่ายเกิดความงามอย่างน่ามหัศจรรย์ น้ำค้างใช่จะเกิดขึ้นเฉพาะเวลากลางคืนหรือเวลาย่ำรุ่งเท่านั้น เพราะแม้แต่ในตอนเย็นก่อนที่พระอาทิตย์ตกดิน บางโอกาสก็เกิดน้ำค้างเกาะอยู่ตามใบหญ้า และใบไม้ด้วยเหมือนกัน
หัวข้อ
การเกิด น้ำค้าง
การเกิด น้ำค้างเกิดขึ้นจากละอองไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ เพราะโดยปรกติแล้ว น้ำมีการระเหยกลายเป็นไอแทรกซึมเข้าไปอยู่ในอากาศได้ทุกขณะ ในเมื่อความชื้นของอากาศยังมีน้อยไม่ถึงจุดอิ่มตัว แต่พออากาศอมเอาไอน้ำไว้ได้มากจนถึงจุดอิ่มตัวแล้ว มันจะไม่ยอมรับไอน้ำที่ระเหยอีกต่อไป นอกจากมันจะได้ "คาย" ไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศก่อนแล้วนั้นออกไปเสียบ้าง
จุดที่ไอน้ำในอากาศจับตัวเกาะเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ นี้เรียกว่า "จุดน้ำค้าง" (Dew Point) และจุดน้ำค้างนี้ เปลี่ยนแปลงไปได้ตามลักษณะของอุณหภูมิของอากาศ ความกดดัน และปริมาณไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ
ในบางครั้งหยดน้ำที่เกาะตัวนี้ ยังลอยอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดฝ้าหนาทึบ เราเรียกว่า หมอก ซึ่งเมื่อถูกความร้อนในตอนเช้า หมอกนี้จะค่อยละลายตัวออกไปเป็นไอน้ำปะปนแทรกซึมอยู่ในอากาศเช่นเดิม
ความชื้นของไอน้ำในอากาศนอกจากจะทำให้เกิดน้ำค้างและหมอกขึ้นแล้ว ยังมีส่วนสัมพันธ์กับอุณหภูมิของลมฟ้าอากาศอีกด้วย วันใดถ้าอากาศมีความชื้นมาก แม้แดดจ้า และมีอุณหภูมิร้อนจัดเช่นอยู่ในฤดูร้อนเป็นต้น เราจะตากผ้าแห้งช้า แต่ตรงกันข้ามถ้าวันใดอากาศมีความชื้นน้อย แม้ฝนจะตกหรือเป็รเวลากลางคืนก็จะตากผ้าแห้งได้เร็วช่างน่าประหลาดแท้ ๆ
น้ำค้าง (Dew
น้ำค้างเป็นธรรมชาติที่มหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่ง เพราะว่ามันเกิดขึ้นได้ไม่ว่าเป็นฤดูร้อน หนาว ฝน หรือฤดูใบไม้ผลิ ในตอนเช้าตรู่เมื่อเราตื่นขึ้นมาก็จะเห็นหยดน้ำน้ำค้างเกาะอยู่ตามใบหญ้า ใบไม้ และตามโลหะต่าง ๆ เต็มไปหมด เมื่อต้องแสงแดดในตอนเช้าจะทอแสงแวววาวสวยงามน่าดู ยิ่งที่มันเกาะอยู่ตามรังของใยแมงมุมที่ขึงอยู่ตามต้นไม้จะเหมือนกับเพชรเม็ดเล็ก ๆ ร้อยเป็นพวง เป็นตาข่ายเกิดความงามอย่างน่ามหัศจรรย์ น้ำค้างใช่จะเกิดขึ้นเฉพาะเวลากลางคืนหรือเวลาย่ำรุ่งเท่านั้น เพราะแม้แต่ในตอนเย็นก่อนที่พระอาทิตย์ตกดิน บางโอกาสก็เกิดน้ำค้างเกาะอยู่ตามใบหญ้า และใบไม้ด้วยเหมือนกัน
หัวข้อ
การเกิด น้ำค้าง
การเกิด น้ำค้างเกิดขึ้นจากละอองไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ เพราะโดยปรกติแล้ว น้ำมีการระเหยกลายเป็นไอแทรกซึมเข้าไปอยู่ในอากาศได้ทุกขณะ ในเมื่อความชื้นของอากาศยังมีน้อยไม่ถึงจุดอิ่มตัว แต่พออากาศอมเอาไอน้ำไว้ได้มากจนถึงจุดอิ่มตัวแล้ว มันจะไม่ยอมรับไอน้ำที่ระเหยอีกต่อไป นอกจากมันจะได้ "คาย" ไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศก่อนแล้วนั้นออกไปเสียบ้าง
จุดที่ไอน้ำในอากาศจับตัวเกาะเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ นี้เรียกว่า "จุดน้ำค้าง" (Dew Point) และจุดน้ำค้างนี้ เปลี่ยนแปลงไปได้ตามลักษณะของอุณหภูมิของอากาศ ความกดดัน และปริมาณไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ
ในบางครั้งหยดน้ำที่เกาะตัวนี้ ยังลอยอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดฝ้าหนาทึบ เราเรียกว่า หมอก ซึ่งเมื่อถูกความร้อนในตอนเช้า หมอกนี้จะค่อยละลายตัวออกไปเป็นไอน้ำปะปนแทรกซึมอยู่ในอากาศเช่นเดิม
ความชื้นของไอน้ำในอากาศนอกจากจะทำให้เกิดน้ำค้างและหมอกขึ้นแล้ว ยังมีส่วนสัมพันธ์กับอุณหภูมิของลมฟ้าอากาศอีกด้วย วันใดถ้าอากาศมีความชื้นมาก แม้แดดจ้า และมีอุณหภูมิร้อนจัดเช่นอยู่ในฤดูร้อนเป็นต้น เราจะตากผ้าแห้งช้า แต่ตรงกันข้ามถ้าวันใดอากาศมีความชื้นน้อย แม้ฝนจะตกหรือเป็รเวลากลางคืนก็จะตากผ้าแห้งได้เร็วช่างน่าประหลาดแท้ ๆ
น้ำท่วมสุริน
สุรินทร์ - น้ำเหนือจากเทือกเขาพนมดงรัก ที่ล้นทะลักจากอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง และแม่น้ำชี เอ่อท่วมบ้านเรือน
ไร่นา ประชาชนชาวสุรินทร์ ขยายวงกว้างต่อเนื่อง ผู้ว่าฯเผยประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินเพิ่มเป็น 16 อำเภอแล้ว ทั้งจังหวัดฯ รอดพ้นน้ำท่วมเพียงอำเภอเดียว ล่าสุดพบนาข้าวหอมมะลิชื่อดังก้องโลกจมบาดาลเสียหายแล้วร่วม 2 หมื่นไร่ ทุกหน่วยเร่งระดมเข้าช่วยเหลือปชช.ที่เดือดร้อนอย่างเต็มที่
วันนี้ (24 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม จ.สุรินทร์ ว่า น้ำป่าจากเทือกพนมดงรัก แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ไหลทะลักลงสู่ลำน้ำสาขา อ่างเก็บน้ำอำปึล และ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อ.เมือง จ.สุรินทร์ รวมทั้งแม่น้ำชี ที่ไหลผ่านจ.สุรินทร์ ยังเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ถนน ไร่นา ประชาชนชาวสุรินทร์เป็นบริเวณกว้างสูงร่วม 1 เมตร ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 พื้นที่นาข้าวและบ้านเรือนประชาชน ท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เช่น บ้านยาง บ้านแสงตะวัน ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ยังถูกน้ำท่วมขังสูงเฉลี่ย 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร
เช่นเดียวกับพื้นที่ 2 ฝั่งลำน้ำชีไหลผ่าน เช่น บ้านนาใหม่ บ้านฉางข้าว บ้านลูกช้าง บ้านกระเพอสะกวม (แปลว่า บ้านจระเข้ผอม) ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ยังถูกน้ำชีเอ่อเข้าท่วมขังอยู่ในระดับสูง ประชาชน กว่า 250 ครัวเรือน ได้รับความเดือดถูกตัดขาดจากโลกภายนอก การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านต้องใช้เรือท้องแบน หรือรถยนต์ยกสูงเท่านั้น และพื้นที่น้ำท่วมยังได้ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ตาม 2 ฝั่งแม่น้ำชีไหลผ่านลงสู่แม่น้ำมูล
โดยเฉพาะบ้านกระเพอสะกวม หรือบ้านจระเข้ผอม ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ น้ำจากแม่น้ำชีเอ่อไหลเข้าท่วมทั้งหมู่บ้าน ประชาชน 130 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ไม่สามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้ มีเพียงรถอีแต๊ก 1 คัน ในการบริการรับส่งชาวบ้าน และเด็กนักเรียนเดินทางไปกลับโรงเรียน ส่วนนาข้าวถูกน้ำท่วมขังเป็นพื้นที่กว้าง
ขณะที่ นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดทหารบกสุรินทร์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสุรินทร์ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฯ ได้เร่งออกสำรวจความเสียหายและนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม ในทุกหมู่บ้านอยู่ตลอดเวลา
นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ล่าสุดขณะนี้ ทางจังหวัดฯ ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(อุทกภัย)แล้ว 16 อำเภอ จากทั้งหมด 17 อำเภอของ จ.สุรินทร์ มีเพียง อ. เขวาสินรินทร์แห่งเดียว ที่ยังประสบภัยน้ำท่วม
ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรได้รับรายงานว่า มีนาข้าวหอมมะลิถูกน้ำท่วมขังได้รับความเสียหายแล้วกว่า 18,000 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายทั้งหมด เพราะคาดว่าจะมีไร่นาของเกษตรกรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมมากกว่านี้
สำหรับประชาชนหมู่บ้าน ต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง และใกล้แม่น้ำชี ที่กำลังประสบน้ำท่วมอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ จังหวัดฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งให้ความช่วยเหลือเต็มที่
ไร่นา ประชาชนชาวสุรินทร์ ขยายวงกว้างต่อเนื่อง ผู้ว่าฯเผยประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินเพิ่มเป็น 16 อำเภอแล้ว ทั้งจังหวัดฯ รอดพ้นน้ำท่วมเพียงอำเภอเดียว ล่าสุดพบนาข้าวหอมมะลิชื่อดังก้องโลกจมบาดาลเสียหายแล้วร่วม 2 หมื่นไร่ ทุกหน่วยเร่งระดมเข้าช่วยเหลือปชช.ที่เดือดร้อนอย่างเต็มที่
วันนี้ (24 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม จ.สุรินทร์ ว่า น้ำป่าจากเทือกพนมดงรัก แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ไหลทะลักลงสู่ลำน้ำสาขา อ่างเก็บน้ำอำปึล และ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อ.เมือง จ.สุรินทร์ รวมทั้งแม่น้ำชี ที่ไหลผ่านจ.สุรินทร์ ยังเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ถนน ไร่นา ประชาชนชาวสุรินทร์เป็นบริเวณกว้างสูงร่วม 1 เมตร ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 พื้นที่นาข้าวและบ้านเรือนประชาชน ท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เช่น บ้านยาง บ้านแสงตะวัน ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ยังถูกน้ำท่วมขังสูงเฉลี่ย 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร
เช่นเดียวกับพื้นที่ 2 ฝั่งลำน้ำชีไหลผ่าน เช่น บ้านนาใหม่ บ้านฉางข้าว บ้านลูกช้าง บ้านกระเพอสะกวม (แปลว่า บ้านจระเข้ผอม) ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ยังถูกน้ำชีเอ่อเข้าท่วมขังอยู่ในระดับสูง ประชาชน กว่า 250 ครัวเรือน ได้รับความเดือดถูกตัดขาดจากโลกภายนอก การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านต้องใช้เรือท้องแบน หรือรถยนต์ยกสูงเท่านั้น และพื้นที่น้ำท่วมยังได้ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ตาม 2 ฝั่งแม่น้ำชีไหลผ่านลงสู่แม่น้ำมูล
โดยเฉพาะบ้านกระเพอสะกวม หรือบ้านจระเข้ผอม ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ น้ำจากแม่น้ำชีเอ่อไหลเข้าท่วมทั้งหมู่บ้าน ประชาชน 130 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ไม่สามารถเดินทางเข้าออกหมู่บ้านได้ มีเพียงรถอีแต๊ก 1 คัน ในการบริการรับส่งชาวบ้าน และเด็กนักเรียนเดินทางไปกลับโรงเรียน ส่วนนาข้าวถูกน้ำท่วมขังเป็นพื้นที่กว้าง
ขณะที่ นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดทหารบกสุรินทร์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสุรินทร์ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฯ ได้เร่งออกสำรวจความเสียหายและนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม ในทุกหมู่บ้านอยู่ตลอดเวลา
นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ล่าสุดขณะนี้ ทางจังหวัดฯ ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(อุทกภัย)แล้ว 16 อำเภอ จากทั้งหมด 17 อำเภอของ จ.สุรินทร์ มีเพียง อ. เขวาสินรินทร์แห่งเดียว ที่ยังประสบภัยน้ำท่วม
ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรได้รับรายงานว่า มีนาข้าวหอมมะลิถูกน้ำท่วมขังได้รับความเสียหายแล้วกว่า 18,000 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายทั้งหมด เพราะคาดว่าจะมีไร่นาของเกษตรกรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมมากกว่านี้
สำหรับประชาชนหมู่บ้าน ต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง และใกล้แม่น้ำชี ที่กำลังประสบน้ำท่วมอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ จังหวัดฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งให้ความช่วยเหลือเต็มที่
วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554
วันหยุด (ธนาคาร และ ราชการ) ปีพ.ศ. 2554
วันในสัปดาห์ วันที่ เหตุการณ์ ธนาคาร ราชการ
เสาร์ 1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ (New Year's Days)
1.จันทร์ 3 มกราคม ชดเชย วันขึ้นปีใหม่(New Year's Days)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
2.ศุกร์ 18 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา(Makha Bucha Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
3.พุธ 6 เมษายน วันจักรี(Chakri Memorial Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
4.พุธ 13 เมษายน วันสงกรานต์(Songkran Festival Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
5.พฤหัสบดี 14 เมษายน วันสงกรานต์(Songkran Festival Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
6.ศุกร์ 15 เมษายน วันสงกรานต์(Songkran Festival Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
อาทิตย์ 1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติ(National Labour Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
จันทร์ 2 พฤษภาคม ชดเชย วันแรงงานแห่งชาติ(National Labour Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลไม่หยุดวันนี้)
7.พฤหัสบดี 5 พฤษภาคม วันฉัตรมงคล(Coronation Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
8.ศุกร์ 13 พฤษภาคม วันพืชมงคล(Royal Ploughing Ceremony Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลหยุด)
9. จันทร์ 16 พฤษภาคม วันหยุดเพิ่ม ส่งเสริมการท่องเที่ยว(ครม))(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลหยุด)
10. อังคาร 17 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา(Visakha Bucha Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
ศุกร์ 1 กรกฎาคม วันหยุดภาคครึ่งปี ธนาคา)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลไม่หยุดวันนี้)
11. ศุกร์ 15 กรกฎาคม วันอาสาฬหบูชา(Asarnha Bucha Day) (ธปท.)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
12. เสาร์ 16 กรกฎาคม วันเข้าพรรษา(Buddhist Lent Day) (ธนาคารไม่หยุดวันนี้)(ราชกาลหยุด)
13. จันทร์ 18 กรกฎาคม ชดเชย วันเข้าพรรษา(Buddhist Lent Day)(ธนาคารไม่หยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
14. ศุกร์ 12 สิงหาคม วันแม่(H.M. The Queen's BirthDay)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
อาทิตย์ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช(Chulalongkorn Memorial Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
15. จันทร์ 24 ตุลาคม ชดเชย วันปิยมหาราช(Chulalongkorn Memorial Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)
(ราชกาลหยุดวันนี้)
16. จันทร์ 5 ธันวาคม วันพ่อ(H.M. The King's BirthDay)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
เสาร์ 10 ธันวาคม วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ(Constitution Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
17. จันทร์ 12 ธันวาคม ชดเชย วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ(Constitution Day) )(ธนาคารหยุดวันนี้)
(ราชกาลหยุดวันนี้)
เสาร์ 31 ธันวาคม วันสิ้นปี(New Year's Eve))(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
รวม 15 วัน 17 วัน
อาทิตย์ 1 มกราคม 2555 วันขึ้นปีใหม่ (New Year Day))(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
จันทร์ 2 มกราคม 2555 ชดเชย วันสิ้นปี (New Year's Eve))(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
อังคาร 3 มกราคม 2555 ชดเชย วันขึ้นปีใหม่ (New Year Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลหยุดวันนี้)
วันสำคัญ ปีพ.ศ. 2554
วันในสัปดาห์ วันที่ เหตุการณ์
เสาร์ 8 มกราคม วันเด็กแห่งชาติ (Children Day)
อาทิตย์ 16 มกราคม วันครู (Teacher Day)
อังคาร 18 มกราคม วันยุทธหัตถี
พฤหัสบดี 3 กุมภาพันธ์ วันตรุษจีน (Chinese New Year's Day)
จันทร์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก (Valentine's Day)
จันทร์ 25 เมษายน วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวร
อาทิตย์ 26 มิถุนายน วันสุนทรภู่
อาทิตย์ 14 สิงหาคม วันสารทจีน (Sart Chin Day or Ghost Festival or Spirit
Festival)
พุธ 12 ตุลาคม วันปวารณาออกพรรษา (End of Buddhist Lent Day)
จันทร์ 14 พฤศจิกายน วันพระบิดาแห่งฝนหลวง
พฤหัสบดี 10 พฤศจิกายน วันลอยกระทง (Loykatong Day) หรือวันสุดท้ายของกฐินกาล
พฤหัสบดี 1 ธันวาคม วันเอดส์โลก
เสาร์ 1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ (New Year's Days)
1.จันทร์ 3 มกราคม ชดเชย วันขึ้นปีใหม่(New Year's Days)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
2.ศุกร์ 18 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา(Makha Bucha Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
3.พุธ 6 เมษายน วันจักรี(Chakri Memorial Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
4.พุธ 13 เมษายน วันสงกรานต์(Songkran Festival Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
5.พฤหัสบดี 14 เมษายน วันสงกรานต์(Songkran Festival Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
6.ศุกร์ 15 เมษายน วันสงกรานต์(Songkran Festival Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
อาทิตย์ 1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติ(National Labour Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
จันทร์ 2 พฤษภาคม ชดเชย วันแรงงานแห่งชาติ(National Labour Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลไม่หยุดวันนี้)
7.พฤหัสบดี 5 พฤษภาคม วันฉัตรมงคล(Coronation Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
8.ศุกร์ 13 พฤษภาคม วันพืชมงคล(Royal Ploughing Ceremony Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลหยุด)
9. จันทร์ 16 พฤษภาคม วันหยุดเพิ่ม ส่งเสริมการท่องเที่ยว(ครม))(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลหยุด)
10. อังคาร 17 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา(Visakha Bucha Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
ศุกร์ 1 กรกฎาคม วันหยุดภาคครึ่งปี ธนาคา)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลไม่หยุดวันนี้)
11. ศุกร์ 15 กรกฎาคม วันอาสาฬหบูชา(Asarnha Bucha Day) (ธปท.)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
12. เสาร์ 16 กรกฎาคม วันเข้าพรรษา(Buddhist Lent Day) (ธนาคารไม่หยุดวันนี้)(ราชกาลหยุด)
13. จันทร์ 18 กรกฎาคม ชดเชย วันเข้าพรรษา(Buddhist Lent Day)(ธนาคารไม่หยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
14. ศุกร์ 12 สิงหาคม วันแม่(H.M. The Queen's BirthDay)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
อาทิตย์ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช(Chulalongkorn Memorial Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
15. จันทร์ 24 ตุลาคม ชดเชย วันปิยมหาราช(Chulalongkorn Memorial Day)(ธนาคารหยุดวันนี้)
(ราชกาลหยุดวันนี้)
16. จันทร์ 5 ธันวาคม วันพ่อ(H.M. The King's BirthDay)(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
เสาร์ 10 ธันวาคม วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ(Constitution Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
17. จันทร์ 12 ธันวาคม ชดเชย วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ(Constitution Day) )(ธนาคารหยุดวันนี้)
(ราชกาลหยุดวันนี้)
เสาร์ 31 ธันวาคม วันสิ้นปี(New Year's Eve))(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
รวม 15 วัน 17 วัน
อาทิตย์ 1 มกราคม 2555 วันขึ้นปีใหม่ (New Year Day))(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลไม่หยุด)
จันทร์ 2 มกราคม 2555 ชดเชย วันสิ้นปี (New Year's Eve))(ธนาคารหยุดวันนี้)(ราชกาลหยุดวันนี้)
อังคาร 3 มกราคม 2555 ชดเชย วันขึ้นปีใหม่ (New Year Day)(ธนาคารไม่หยุด)(ราชกาลหยุดวันนี้)
วันสำคัญ ปีพ.ศ. 2554
วันในสัปดาห์ วันที่ เหตุการณ์
เสาร์ 8 มกราคม วันเด็กแห่งชาติ (Children Day)
อาทิตย์ 16 มกราคม วันครู (Teacher Day)
อังคาร 18 มกราคม วันยุทธหัตถี
พฤหัสบดี 3 กุมภาพันธ์ วันตรุษจีน (Chinese New Year's Day)
จันทร์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก (Valentine's Day)
จันทร์ 25 เมษายน วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวร
อาทิตย์ 26 มิถุนายน วันสุนทรภู่
อาทิตย์ 14 สิงหาคม วันสารทจีน (Sart Chin Day or Ghost Festival or Spirit
Festival)
พุธ 12 ตุลาคม วันปวารณาออกพรรษา (End of Buddhist Lent Day)
จันทร์ 14 พฤศจิกายน วันพระบิดาแห่งฝนหลวง
พฤหัสบดี 10 พฤศจิกายน วันลอยกระทง (Loykatong Day) หรือวันสุดท้ายของกฐินกาล
พฤหัสบดี 1 ธันวาคม วันเอดส์โลก
วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554
วันหยุดประจำปี 2554
วันหยุดทำการของสถาบันการเงิน ประจำปี พ.ศ. 2554
1. วันจันทร์ 3 มกราคม ชดเชยวันขึ้นปีใหม่
(วันเสาร์ที่ 1 มกราคม)
2. วันศุกร์ 18 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา
3. วันพุธ 6 เมษายน วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์
4. วันพุธ 13 เมษายน วันสงกรานต์
5. วันพฤหัสบดี 14 เมษายน วันสงกรานต์
6. วันศุกร์ 15 เมษายน วันสงกรานต์
7. วันจันทร์ 2 พฤษภาคม ชดเชยวันแรงงานแห่งชาติ
(วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม)
8. วันพฤหัสบดี 5 พฤษภาคม วันฉัตรมงคล
9. วันอังคาร 17 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา
10. วันศุกร์ 1 กรกฎาคม วันหยุดภาคครึ่งปี
11. วันศุกร์ 15 กรกฎาคม วันอาสาฬหบูชา
เริ่มตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไป ธปท. เห็นควร กำหนดให้วันอาสาฬหบูชาซึ่งเป็นวันสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนตามความเห็นของสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นวันหยุดทำการแทนวันเข้าพรรษา
12. วันศุกร์ 12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
13. วันจันทร์ 24 ตุลาคม ชดเชยวันปิยมหาราช
(วันอาทิตย์ 23 ตุลาคม)
14. วันจันทร์ 5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ
15.
วันจันทร์ 12 ธันวาคม ชดเชยวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ
(วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม)
1. วันจันทร์ 3 มกราคม ชดเชยวันขึ้นปีใหม่
(วันเสาร์ที่ 1 มกราคม)
2. วันศุกร์ 18 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา
3. วันพุธ 6 เมษายน วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์
4. วันพุธ 13 เมษายน วันสงกรานต์
5. วันพฤหัสบดี 14 เมษายน วันสงกรานต์
6. วันศุกร์ 15 เมษายน วันสงกรานต์
7. วันจันทร์ 2 พฤษภาคม ชดเชยวันแรงงานแห่งชาติ
(วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม)
8. วันพฤหัสบดี 5 พฤษภาคม วันฉัตรมงคล
9. วันอังคาร 17 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา
10. วันศุกร์ 1 กรกฎาคม วันหยุดภาคครึ่งปี
11. วันศุกร์ 15 กรกฎาคม วันอาสาฬหบูชา
เริ่มตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไป ธปท. เห็นควร กำหนดให้วันอาสาฬหบูชาซึ่งเป็นวันสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนตามความเห็นของสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นวันหยุดทำการแทนวันเข้าพรรษา
12. วันศุกร์ 12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
13. วันจันทร์ 24 ตุลาคม ชดเชยวันปิยมหาราช
(วันอาทิตย์ 23 ตุลาคม)
14. วันจันทร์ 5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ
15.
วันจันทร์ 12 ธันวาคม ชดเชยวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ
(วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)